เรื่องจริงผ่านจอ
 
เมื่อวานนอนอืดอยู่บ้านทั้งวัน แล้วก็ขับรถป๊าพี่อ้อยออกมารับพี่อ้อยตอนห้าทุ่ม
ตอนขับรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปสองปีที่แล้ว ตอนที่ขับรถได้ใหม่ๆ
ระวังมาก กลัวมาก ยิ่งไม่ใช่รถพี่อ้อยด้วย แถมเป็นเบนซ์คันเบ้อเริ่ม
คือ ถ้าเกิดชนหรือเสีย หรืออะไรก็ตามที่ทำให้รถพัง กรูตายแน่
แต่ก็ไปกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ ลุ้นแทบแย่
ก่อนออกจากบ้านนั่งดูรายการเรื่องจริงผ่านจอ
มีเรื่องของคนขับแท๊กซี่คนนึง ที่กระดูกใบหน้าผิดปกติทำให้หน้าบวมบิดเบี้ยว
รายการตามจับภาพคนที่โบกแท๊กซี่ บางคนพอเห็นก็ชะงักไม่เปิดประตู
บางคนพอขึ้นไปนั่งแล้วก็ตกใจ มองแบบกลัวมากๆ
คนขับคนนี้บอกว่าบางทีก็ถึงกับต้องจอดรถร้องไห้ด้วยความเสียใจ
http://www.thairealtv.com/thisweek/index.php
ถามว่า ทำไมไม่ไปทำอาชีพอื่น
พี่เค้าตอบว่า ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับเพราะกลัว
ตอนมาสมัครขับแท๊กซี่ เถ้าแก่ก็ไม่รับนะ แต่ภรรยาเถ้าแก่พาไปฝากอีกที่นึงให้
รายได้วันๆนึงหักค่าเช่ารถ ค่าแก๊สแล้วก็เหลืออยู่แค่ 200-300 บาท
ยังโชคดีเค้ามีภรรยากับลูกสาวคอยให้กำลังใจอยู่ที่บ้าน
รายการสัมภาษณ์ภรรยาเค้า ถามว่าไม่กลัวเหรอ
ภรรยาเค้าตอบว่าตอนแรกญาติก็บอกว่า ไม่ให้มาอยู่ หน้าตาน่ากลัว
เค้าบอกว่า จะกลัวทำไม ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว ดีมากๆเลยอ่ะ
ตอนนี้รายการเรื่องจริงผ่านจอพาไปรักษาที่รพ.จุฬาแล้ว
เข้าโครงการ 80 ปีของในหลวง รักษาพยาบาลให้ฟรี
พี่เค้าก้มลงกราบเท้าหมอเลยแหละ เห็นแล้วจะร้องไห้
สงสาร...
คือ นึกถึงตอนที่รถชน พี่คนที่เจ็บเค้าก็ดูไม่ค่อยมีเงิน ขนาดรถยังของคนอื่น
พวกพี่ๆที่ไปด้วยกับตร. เค้าก็ต่อรองเงินให้ ไม่อยากให้เราเสียเกินพอดี
แต่เรากับพี่อ้อยก็แบบ เอาเหอะ ให้ได้ก็ให้ เห็นเค้าเจ็บแล้วก็สงสาร
คุยกับพี่อ้อย พี่อ้อยพูดว่า นี่ถ้าต้องนับเงินตามการทำงานที่ได้รายวันเนี่ย
ถ้าสมมุติพี่อ้อยเป็นอะไร คนผิดคงต้องจ่ายพี่อ้อยเยอะมาก
เราก็บอกว่าไม่เหมือนกันหรอก พี่อ้อยเป็นอะไรก็มีประกัน มีบริษัทจ่ายให้
หยุดทำงานไป ก็ยังมีครอบครัวอยู่
แต่คนที่เค้าไม่มีเงิน รายได้วันละน้อยนิด หยุดทำงานไป เค้าก็ไม่มีเงินใช้
ในสังคมก็ยังมีคนลำบากกว่าเราอยู่อีกเยอะ
เวลาท้ออะไรก็ลองคิดถึงคนเหล่านั้นแล้วจะได้รู้สึกว่าอย่างเรายังสู้ไหว
เฮ้อ... เศร้าเนาะ
แต่ในความเศร้า เราก็มองเห็นเลยว่าคนไทยมีน้ำใจ รักษาความรู้สึกคนอื่นนะ
อย่างมีเด็กผู้หญิงกลุ่มนึงตอนแรกจะเปิดประตู พอเห็นหน้าคนขับก็ชักมือกลับ
แต่มองอีกที แล้วก็ เปิดประตูเข้าไปนั่ง อาจจะดูตกใจนิดหน่อยแต่ก็นั่งจนถึงที่
คือ เราว่าเค้าอาจจะตกใจ แต่ก็ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกคนขับน่ะ
คนที่ส่งเรื่องเข้ามาในรายการก็เป็นผู้โดยสารที่เห็นแล้วรู้สึกสงสาร
อยากช่วย แต่คิดว่าตัวเองคนเดียวคงกำลังไม่ถึง
ก็เลยส่งอีเมลล์เข้ามาที่รายการให้ช่วย
ในที่สุดพี่เค้าก็ได้รับความช่วยเหลือ อีกไม่นานก็จะกลับไปมีใบหน้าปกติ ดีจัง...
 
 


แต่คนไทย ยังมีน้ำใจ
น่าดีใจเนอะ กะสังคมแบบนี้
^___________^